Health Today

5 โรคฮิตคนเมืองกรุง … รู้จักอย่างเข้าใจ เพื่อป้องกันตัวเอง

1 Mins read

สำหรับคนกรุงที่ต้องเร่งรีบ แข่งขัน ต้องแบกรับความกดดันจากการทำงาน และสภาพแวดล้อมทางสังคมต่างๆมากมาย..  แน่นอนว่าสภาพร่างกายและจิตใจของคุณ พร้อมจะย่ำแย่ได้ตลอดเวลา..  โอกาสเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคต่างๆ ก็ง่ายเช่นกัน โดยเฉพาะกับ 5 โรคฮิตคนเมืองกรุง ที่คุณเองก็มีโอกาสเป้นได้ไม่ยากเลย… วันนี้เราเลยจะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับ 5 โรคที่ว่านี้กันในเบื้องต้น เพื่อคุณจะได้สามารถป้องกันตนเองได้ เมื่อเริ่มมีอาการ…

1.     โรคระบบทางเดินหายใจ

ความหนาแน่นของรถยนต์ส่วนบุคคลที่วิ่งในเขตพื้นที่กทม.นั้น ส่งผลให้มลพิษทางอากาศในกทม.มีความวิกฤติขึ้นอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน และสารมลพิษอื่นๆเช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ ก๊าซโอโซนที่ถูกปล่อยออกมาในบรรยากาศนั้น ส่งผลต่อสุขภาพของคนกรุงเทพฯ ที่ต้องสูดเอาฝุ่นละอองหรืออากาศเป็นพิษเข้าไปในปอดด้วย

จากข้อมูลสถิติการเจ็บป่วย ที่กองวิชาการ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เก็บข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2555-2559 พบแนวโน้มโรคระบบทางเดินหายใจมีแนวโน้มเพิ่มสูงมากขึ้นทุกๆ ปีเฉลี่ยปีละ 20,000-30,000 ราย เช่น โรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคปอด ไซนัส หวัด ภูมิแพ้ เป็นต้น

อาการเบื้องต้นของภูมิแพ้ … เริ่มจากเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย โดยไม่ได้มาจากการเจ็บป่วย หายใจไม่สะดวก ป่วยกระเสาะกระแสะ เหมือนเป็นไข้หวัดตลอดเวลา คัดจมูก น้ำมูก น้ำตาไหล แต่ไม่มีไข้ ซึ่งสามารถป้องกันง่ายๆ ด้วยการหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลารถติด พักอาศัยอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเท หรือไปสูดอากาศนอกเมืองบ้าง และออกกำลังกายเป็นประจำ

2.อาการเครียด อาจพาไปสู่โรคทางจิตเวช

หากคุณหรือคนใกล้ตัว เริ่มมีอาการพื้นฐานตั้งแต่ปวดศีรษะเรื่อยไปถึงซึมเศร้า ตามด้วยอาการหดหู่ หมดอาลัยตายอยากแล้ว ก็น่าเป็นห่วงค่ะ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานจะพัฒนาไปสู่โรคทางจิตเวชได้เช่นกัน ซึ่งโรคทางจิตเวช ถือเป็นอีกหนึ่ง โรคฮิตคนเมืองกรุง ด้วย

จากการสำรวจของแพทย์ศูนย์สุขภาพ โรงพยาบาลพญาไท 2 ระบุว่า “คนที่อยู่ในช่วงอายุ 25 –35 ปี ซึ่งถือเป็นวัยก้าวหน้าในการงาน มักจะเป็นโรคเครียดมากกว่าวัยอื่น… เรียกว่าโรคผู้บริหาร เพราะอายุที่มากขึ้น ร่างกายเสื่อมลงตามวัย แต่กลับมีภาระรับผิดชอบหนักขึ้น”

ยังมีอีกหนึ่งอาการที่น่าสนใจ รู้จักกันในชื่อ ADT (Attention Deficit Trait) หรืออาการสมาธิสั้นในการทำงาน ADT ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของสมอง หากเกิดจากความไม่ปกติของบุคลิกภาพเนื่องจากต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา ผู้ป่วยไม่สามารถจดจ่อกับงานใดงานหนึ่งได้นานๆ ไม่มีความอดทน และมักมีปัญหากับการจัดลำดับความสำคัญและการบริหารเวลา

อาการเหล่านี้ สามารถหายได้ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมในที่ทำงานใหม่ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดคาร์โบไฮเดรต และแอลกอฮอล์… แต่หากไม่ดีขึ้นควรพบจิตแพทย์ หลายองค์กรทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เช่น จัดให้มีมุมนั่งเล่นในสวนสวย มุมทำสมาธิ มุมรับประทานอาหารว่าง มุมดูหนังฟังเพลง บริการนวดคลายเครียดในที่ทำงาน สปอร์ตคลับ การเพิ่มเวลาพักทุกๆ ชั่วโมง เป็นต้น

3.อาการผิดปกติทางกล้ามเนื้อ

ไฮเทคโนโลยีใช่ว่าจะดีเสมอไป.. การนั่งทำงานติดโต๊ะ ติดกับคอมพิวเตอร์ ตลอดจนการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน… สามารถส่งผลให้ตาพร่ามัว ( Computer Vision Syndrome ) เพราะรังสีจากหน้าจอ ก็ทำให้กล้ามเนื้อตาเกิดความตึงเครียด

อาการเหล่านี้ หากทิ้งไว้นานจะมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย การพักสายตาด้วยการหลับตาหรือมองต้นไม้ใบหญ้าจะช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตา

กล้ามเนื้อเมื่อยล้า (Carpal Tunnel Syndrome) เป็นอาการเครียดของกล้ามเนื้อเมื่อใช้งานต่อเนื่องนานๆ เช่น การกดแป้นคีย์บอร์ด ทำให้ข้อกระดูกนิ้วเสื่อม กล้ามเนื้อไหล่ตึงและเจ็บปวด การขยับเมาส์ไปมาทำให้ปวดกระดูกข้อมือ และอาจเกิดพังผืดที่โพรงเส้นประสาทข้อมือหรืออุโมงค์ข้อมือ หากทิ้งไว้นานอาจปวดเรื้อรังถึงขั้นพิการ

แก้ไขบรรเทาได้ด้วยการพักข้อมือ รับประทานยาแก้ปวด ในบางรายที่อาการหนักอาจต้องสวมอุปกรณ์ประคองข้อมือ หรือฉีด corticosteroids เพื่อลดการเจ็บปวด

นอกจากนี้การปรับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้เหมาะกับสรีระ เช่น จัดมอนิเตอร์ให้ห่างจากตัวอย่างน้อย 16 นิ้ว  , ปรับระดับจอภาพให้อยู่ระดับเดียวกับสายตา  และใช้แผ่นกรองแสงเพื่อป้องกันรังสีหรือเลือกใช้จอถนอมดวงตา , การปรับแสงสว่างหน้าจอให้เหมาะกับแต่ละช่วงเวลาก็มีความสำคัญด้วย..  ขณะใช้คีย์บอร์ดและเม้าส์ ให้วางท่อนแขนขนานกับพื้น มีแผ่นรองข้อมือเพื่อช่วยลดการเคลื่อนไหวและการเสียดสี ปรับระดับเก้าอี้ให้นั่งสบาย ขาตั้งฉากกับพื้น ซึ่งถือเป็นท่าที่ถูกต้อง

4.โรคปลายประสาทอักเสบ (Polyneuritis)

โรคนี้เกิดจากความผิดปกติของประสาทส่วนปลาย เป็นผลกระทบจากโรคเครียด กล้ามเนื้ออักเสบ หรือ การได้รับสารพิษหรือโลหะหนักอย่างต่อเนื่อง… รวมถึงอาจเกิดจาก การนั่ง ยืน หรือ ยกของในท่าไม่ถูกต้องเป็นเวลานานๆ จนเกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตั้งแต่บริเวณคอ ลงไปที่ไหล่ เรื่อยไปถึงกระดูกสันหลังและช่วงเอว ทำให้ทรงตัวไม่ได้ ร่างกายอ่อนปวกเปียก ชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า หากปล่อยไว้กล้ามเนื้อจะลีบ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้

การป้องกันโรคนี้ไม่ยากนัก เพียงคุณพยายามฝืนตัวเอง ในการนั่ง ยืน เดิน ให้เป็นไปในท่าที่ถูกต้อง หลังตรง เมื่อรู้สึกตึงเครียด นวดคลายกล้ามเนื้อสม่ำเสมอ และอยู่ในสถานที่ที่สภาพแวดล้อมดี อากาศถ่ายเทสะดวก ก็พอจะช่วยได้ค่ะ

5.โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

สถานการณ์ความเร่งรีบ รวมถึงการจราจรที่ติดขัด ห้องน้ำไม่สะอาด.. ทำให้หลายๆคน โดยเฉพาะสาวๆ เลือกที่จะกลั้นปัสสาวะ โดยไม่รู้เลยว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มเป็นเท่าตัว ทำให้กระเพาะปัสสาวะบวม…  ผู้หญิงมีท่อนำปัสสาวะสั้นกว่าผู้ชาย เชื้อโรคจึงย้อนกลับเข้าไปสู่กระเพาะปัสสาวะ และเกิดการติดเชื้อได้… โรคนี้จะทำให้คุณมีอาการปวดปัสสาวะมากกว่า 8 ครั้ง ใน 1 วัน  หรือ ปวดปัสสาวะกระปริบกระปรอย ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ จนรบกวนการนอนหลับ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่

สำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งเริ่มเป็น สามารถรักษาให้หายขาดได้ ด้วยการรับประทานยาเพียง 1 สัปดาห์

 

อย่างไรก็ดีการดูแลตนเอง จากโรคภัยทั้งปวง… มีบทสรุปออกมาเหมือนกันทั่วโลก คือ การรับประทานอาหารสด สะอาด ครบหมวดหมู่ ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แต่เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตในเมืองใหญ่ ทำได้ง่ายๆ ด้วยการลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเช่น ตื่นเช้าขึ้นอีกนิดเพื่อทำอาหารง่ายๆ นำไปรับประทานมื้อกลางวัน มั่นใจได้ว่าอร่อย สะอาด แถมยังประหยัดเวลาเดินทาง และรอซื้ออาหารได้อีก

ขณะนั่งทำงาน ควรหาวิธียืดเส้นยืดสาย หรือ ลุกเดินให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวบ้าง แกว่งแขนไปพลางๆ เป็นการออกกำลังไปในตัว… นอกจากนี้หากมีเวลา  คุณควรลองจัดตารางเวลาการทำงานใหม่ หาเวลาผ่อนคลายความเครียด  และ  เล่นกีฬาสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 15 นาทีเป็นอย่างน้อยค่ะ

 

=====================================

ยังมี เรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพ และการดูแลตนเองให้ห่างโรคภัย อีกมากมาย ที่น่าสนใจ !!!!!!

สามารถลองคลิกไปดูเพิ่มเติมที่ คอลัมน์  Health Today https://bit.ly/3bWTG5n  ได้นะคะ

=====================================
#สุขกายสบายใจ ในแง่มุมต่างๆของชีวิต

🌐 Website: https://sukguysabaijai.com
📌 Facebook Page: https://bit.ly/3bjDs5S
📸 IG : https://bit.ly/2zlRxCD
🐦 Twitter : https://bit.ly/3dtvNDB
🎬 Youtube : https://bit.ly/2L9tKsh

📩 ติดต่อประชาสัมพันธ์หรือลงโฆษณา —

💻 E-mail: [email protected]